งาดำ

On: อังคาร, พฤศจิกายน 18, 2014 Comment: 0 Hit: 809

งาดำ เซซามีล ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการเสื่อมของเซลล์ สลายไขมัน ลดความอ้วนเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ลดริ้วรอยเหี่ยวย่นที่ผิว เซซามิน เป็นสารสำคัญที่พบอยู่ในเมล็ดงาดำ ถือว่าเป็นสารจากธรรมชาติที่ได้รับการศึกษาวิจัย และยืนยันทางวิทยาศาสตร์ว่ามีประโยชน์หลากหลายประการ

งาดำ เซซามีล ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการเสื่อมของเซลล์ สลายไขมัน ลดความอ้วนเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ลดริ้วรอยเหี่ยวย่นที่ผิว
เซซามิน เป็นสารสำคัญที่พบอยู่ในเมล็ดงาดำ ถือว่าเป็นสารจากธรรมชาติที่ได้รับการศึกษาวิจัย และยืนยันทางวิทยาศาสตร์ว่ามีประโยชน์หลากหลายประการ เช่น
-
ช่วยลดอาการปวดและอักเสบบริเวณต่างๆของร่างกาย
-
รักษาโรคข้อเสื่อม และกระดูกพรุน
-
ยับยั้งการสังเคราะห์และดูดซึมคอลเลสเทอรอล ลดคอเลสเทอรอล ป้องกันโรคหัวใจ
-
ลดความดัน
-
ต้านอนุมูลอิสระ
-
อ่อนเยาว์ ผมดกดำ

คุณประโยชน์ของสารเซซามินที่อยู่ในน้ำมันงาดำ

1. ช่วยต้านการอักเสบ ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคข้อกระดูกอักเสบ โรคข้อเสื่อม และอีกหลายโรคร้ายสำคัญ (Anti-inflammatory Effect)
สารเซซามิน ในน้ำมันงาดำช่วยยับยั้ง ไอแอลวันเบต้า (Interleukin-1 Beta, IL-1 Beta) ซึ่งเป็นตัวการสำคัญในการทำให้กระดูกอ่อนสลาย ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคอัลไซเมอร์ โรคเบาหวาน ฯลฯ ช่วยในการกำจัดสารพิษของตับ ทำให้ตับทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะในน้ำมันงาดำยังมีวิตามินอี กรดไขมันโอเมก้า ธาตุสังกะสี ทองแดง ฯลฯ ที่ช่วยต้านการอักเสบได้ดี

2. ช่วยต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant Effect)
อันเป็นสาเหตุสำคัญของโรคร้ายและการเสื่อมของร่างกาย ด้วยในน้ำมันงาดำประกอบไปด้วยสาร เซซามิน วิตามินอี ธาตุสังกะสี วิตามินบี 1, 2, 3, 5, 6, 9 ทองแดง ไอโอดีน ใยอาหาร ฯลฯ ซึ่งสำคัญต่อการช่วยต้านอนุมูลอิสระ

3. ช่วยเสริมในการทำงานของวิตามินอี (Enhancement of Vitamin E)
ทำให้ชะลอความชรา ไม่แก่เร็ว ไม่ป่วยเป็นโรคร้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก เนื่องจากมีสาร เซซามิน ธาตุสังกะสี ฯลฯ ที่ช่วยเสริมการทำงานของวิตามินอีให้ดียิ่งขึ้น

4. ลดปฏิกิริยาความเครียดระดับเซลล์ในเนื้อเยื่อต่างๆ (Effect on Hypoxic and Oxidative Stresses)
ทำให้คลายเครียด นอนหลับสบาย ส่งผลให้ระบบการทำงานในร่างกายดีขึ้นโดยรวม โดยสาร เซซามิน โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุสังกะสี แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก แคลเซียม ฯลฯ ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ใน น้ำมันงาดำ จะไปช่วยคลายความเครียดและกระตุ้นการทำงานในเนื้อเยื่อต่างๆ

5. ช่วยลดการดูดซึมและการสังเคราะห์คอเลสเตอรอล (Reduce of Cholesterol)
ช่วยลดความดันโลหิตสูงได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ป้องกันโรคหัวใจ ทำให้ระบบหัวใจแข็งแรง ช่วยกระตุ้นประสาทเรื่องการหดตัวของกล้ามเนื้อและการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ ควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจให้เป็นไปอย่างปกติ เนื่องจากสารสำคัญในน้ำมันงาดำ เช่น สารเซซามิน กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อน กรดไขมันโอเมก้า กรดไขมันไลโนเลอิก กรดไขมันโอเมก้า ฯลฯ มีส่วนช่วยในการสังเคราะห์คอเลสเตอรอล

6. 
ช่วยในการเผาผลาญสลายไขมัน (Effect on Fatty Acid Oxidation)

ลดความอ้วนแบบธรรมชาติ ปลอดภัย เสริมสร้างกล้ามเนื้อให้กระชับ โดยใน น้ำมันงาดำ มี สารเซซามิน ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม ฯลฯ ที่ช่วยในการเผาผลาญสลายไขมัน (Fat Burn)

7. 
ช่วยป้องกันการเสื่อมของเซลล์ ในระบบประสาท (Neuroprotective Effect)
ทำให้สมองทำงานดี ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอัลไซเมอร์ ความจำเสื่อม เพราะมีสารสำคัญอย่าง เซซามิน ธาตุเหล็ก โพแทสเซียม ฯลฯ ที่ช่วยป้องกันการเสื่อมของระบบประสาท

8. 
ทำให้ระดับไขมันอยู่ในสัดส่วนที่พอดี (Hypolipidemic Effect)
ช่วยดูแลเกี่ยวกับเรื่องของอัตราส่วนของไขมันในร่างกาย ลดปริมาณของคอเลสเตอรอล มีไขมันดีมากขึ้น ป้องกันโรคหัวใจ ลดความดันโลหิตสูงได้อย่างดีเยี่ยม เนื่องจากสารสำคัญในน้ำมันงาดำ เช่น สารเซซามิน กรดไขมัน โอเมก้า กรดไขมันไลโนเลอิก กรดไขมันโอเมก้า

ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม ฯลฯ ซึ่งช่วยให้ระดับไขมันอยู่ในสัดส่วนที่พอดี
โดยใน แคปซูลของน้ำมันงาดำ 1,000 มิลลิกรัม มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวชนิดหลายตำแหน่ง(Polyunsaturated Fatty Acids, PUFA) ชนิดไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว (Monounsaturated Fatty Acids) รวมทั้งกรดไขมันจำเป็นต่อร่างกาย (Essential Fatty acid)
กรดไขมันโอเมก้า 3 (Linolenic Acid) กรดไขมันโอเมก้า 6 (Linoleic Acid) และกรดไขมันโอเมก้า 9ที่มีคุณสมบัติช่วยลดคอเลสเตอรอล จึงช่วยป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ป้องกันโรคหัวใจ ทำให้ระบบหัวใจแข็งแรง
กรดไลโนเลอิกนั้นร่างกายจะนำไปสร้างพรอสตาแกลนดิน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ขยายหลอดเลือด ช่วยลดความดันเลือด ป้องกันเกล็ดเลือด (Platelet) ที่จะเกาะตัวกันเป็นลิ่ม ยับยั้งการสร้างคอเลสเตอรอลเอสเตอร์ ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาว T-cell ซึ่งสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันโรคของร่างกาย
วิตามินอี ต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่หรือเสื่อมของร่างกายได้เป็นอย่างดี
แมกนีเซียม เป็นส่วนประกอบของกระดูกและฟัน ช่วยในการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
เลซิติน ที่มีความสำคัญมากต่อความสมบูรณ์ของร่างกาย เพราะเลซิตินเป็นส่วนประกอบไขมันที่สำคัญมากในเซลล์ประสาท สมอง หัวใจ ไต และต่อมไร้ท่อ
โปรตีน ใน น้ำมันงาดำ มีกรดอะมิโนจำเป็นต่อร่างกายครบและอยู่ในสัดส่วนที่เพียงพอแตกต่างจากพืชตระกูลถั่วและพืชให้น้ำมันอื่นๆ เพราะพืชเหล่านี้ขาดกรดอะมิโนสำคัญคือ เมไธโอนีนและทริปโตเฟน ดังนั้นจึงมีการใช้งาเป็นอาหารเสริมเคียงคู่กับอาหารประเภทถั่วต่างๆ หรือธัญพืชอื่นๆ เช่น ข้าวโพด เพื่อใช้เสริมหรือทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ซึ่งมีราคาแพง เหมาะสำหรับผู้ที่รับประทานมังสวิรัติ

ธาตุเหล็ก ช่วยบำรุงเลือด
ธาตุไอโอดีน ป้องกันโรคคอพอก
ธาตุสังกะสี บำรุงผิวหนัง

แคลเซียมฟอสฟอรัส ซึ่งสำคัญในการเสริมสร้างกระดูก และมีสัดส่วน แคลเซียม : ฟอสฟอรัส ใกล้เคียงกับนมแม่ ซึ่งงามีแคลเซียมมากกว่าพืชผักชนิดอื่น 20 เท่า มากกว่านมวัวถึง เท่า มีฟอสฟอรัสมากกว่าพืชผักอื่นๆ 20 เท่า

อุดมไปด้วยวิตามินบี วิตามินบี วิตามินบี วิตามินบี วิตามินบี ไบโอติน (วิตามิน หรือบี 7) และวิตามินบี โคลีน ไอโนสิตอล กรดพาราอะมิโนแบนโซอิค ซึ่งดีต่อระบบประสาท ช่วยทำให้นอนหลับ ร่างกายสดชื่นกระฉับกระเฉง ฯลฯ

งาดำเป็นพืชที่มีประโยชน์อย่างมากและเป็นยาที่รักษาได้ทุกโรค ในหะดิษหนึ่งท่านศาสนฑูตได้กล่าวว่า

إن في الحبة السوداء شفاء من كل داء إلا السأم

ความว่า: แท้จริงในงาดำนั้นมียาที่สามารถรักษาทุกโรคนอกจากความตาย

สูตรน้ำงาดำ Sugar Free
ส่วนผสม
งาดำ ถ้วย
ข้าวสารบดละเอียด ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่าต้มสุก ถ้วย

วิธีทำ
1. 
นำงาดำคั่วให้หอม บดให้ละเอียด
2. 
ผสมน้ำต้มสุก คนให้เข้ากัน ต้มทิ้งไว้ประมาณ ชั่วโมง
3. 
ใส่ข้าวสารบดละเอียดลงไป เพื่อเพิ่มความข้น

อีกหนึ่งสูตร

ส่วนผสม
งาดำคั่ว 120 กรัม
ข้าวบาร์เล่ย์ (แช่น้ำ ชั่วโมง) 25 กรัม
ข้าวสาร (แช่น้ำ ชั่วโมง) 25 กรัม
น้ำ ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วยตวง
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา


วิธีทำ
1. 
ล้างข้าวบาร์เล่ย์และข้าวสารให้สะอาด สงขึ้นให้สะเด็ดน้ำ พักไว้
2. 
น้ำงาดำคั่ว ข้าวบาร์เล่ย์และข้าวสาร ใส่ลงโถปั่นอเนกประสงค์ที่ใส่ฟิลเตอร์กรองกากอาหารไว้แล้วเติมน้ำ ถ้วยตวง ปั่นส่วนผสม โดยใช้ความเร็วระดับ ประมาณ นาที
3. 
หากต้องการให้น้ำงาดำเนื้อละเอียดมากขึ้น ควรนำส่วนผสมที่ปั่นแล้วมากรองด้วยผ้าขาวบางอีกครั้ง
4. 
นำน้ำงาดำไปตั้งไปพอเดือด ใส่น้ำตาลทรายและเกลือป่น คนให้น้ำตาลละลาย ต้มส่วนผสมให้เดือดอีกครั้ง
5. 
ตักน้ำงาดำใส่ถ้วยสำหรับเสิร์ฟ รับประทานร้อน ๆ

Comments

Leave your comment